วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ชาวชัยภูมิโวยซากเหมืองโปแตชอาเซียนทำน้ำเกลือทะลักนาข้าว

ชัยภูมิ - ชาวบ้านบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ
โวยซากพันล้านเหมืองแร่โปแตชอาเซียนปล่อยบ่อน้ำเกลือทะลักเข้าไร่
นาข้าวสร้างความเสียหายหนักกลายเป็นทุ่งดินเค็มไม่ได้ผลผลิตและไร้ผู้รับผิด
ชอบ เผยปัจจุบันตกอยู่ในสภาพเหมืองร้าง
กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บเครื่องจักร
อุปกรณ์ทำเหมืองแร่ใต้ดินถูกตัดขาดน้ำ-ไฟฟ้ามานาน
แฉมีกลุ่มคนเข้ากว้านซื้อที่ดินรอบโครงการเหมืองโปแตชแล้วหลายทอดปั่นราคา
ไร่ละ 3-4 พัน พุ่งเป็นไร่ละ 4-5 หมื่นแล้ว

หลังจากรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะรื้อฟื้นโครงการโปแตชอาเซียน ที่
อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ขึ้นมาอีกครั้ง
โดยจะให้กระทรวงการคลังเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท
เหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด (มหาชน) หรือ APMC ตามสัดส่วน 20%
วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง
ทั้งที่โครงการดำเนินการมานานกว่า 30 ปี ใช้เงินไปแล้วกว่า 1 พันล้านบาท
แต่ยังไม่ได้ผลผลิตแร่โปแตชขึ้นมาใช้ประโยชน์แม้แต่ก้อนเดียว
อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนเรื่องใบประทานบัตรเหมืองแร่
และรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แต่อย่างใด

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตั้งของโครงการ พบว่า
เหมืองแร่โปแตชของอาเซียน ที่ อ.บำเหน็จณรงค์ ขณะนี้
อยู่ในสภาพไม่ต่างจากเหมืองร้าง
กลายเป็นพิพิธภัณฑ์รกร้างเก็บเครื่องจักรอุปกรณ์การทำเหมืองแร่ใต้ดินไปแล้ว
ส่วนประตูทางเข้า-ออกเหมืองแร่ได้ปิดไว้อย่างหนาแน่นโดยนำโซ่เหล็กมาคล้อง
ล็อกด้วยกุญแจที่ขึ้นสนิมเขรอะ


บริเวณโดยรอบในเหมือง
นอกจากมีอาคารขนาดเล็กชั้นเดียวตั้งอยู่ไม่กี่หลังและปากอุโมงค์ใต้ดิน 1
อุโมงค์แล้ว ก็มีเพียงเครื่องจักรสภาพชำรุดทรุดโทรม และรถยนต์เก่าจอดอยู่
2-3 คัน ขณะที่ยามรักษาความปลอดภัยเองก็ไม่ได้มาเข้าเวรเฝ้าดูแลอยู่ประจำตลอด
24 ชั่วโมง เพราะระบบน้ำประปา ไฟฟ้า ที่นี่ถูกตัดขาดมานานแล้ว

นาย สมาน มั่งกลาง อายุ 60 ปี เกษตรกรชาวนา บ้านโคกเพชร หมู่ 8
ต.บ้านตาล อ.บำเหน็จณรงค์ เปิดเผยว่า
ตนและชาวบ้านแถบนี้ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะใช้งบประมาณแผ่นดินมาเพิ่มทุนเพื่อ
เปิดเหมืองแร่โปแตชแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ หลังจากได้ปิดทิ้งร้างมานาน
ซึ่งเท่าที่จำได้เมื่อประมาณต้นปีที่แล้วมีเจ้าหน้าที่จังหวัดชัยภูมิ
และเจ้าหน้าที่บริษัทเหมืองแร่โปแตช เรียกประชุมชาวบ้าน
เรื่องเหมืองแร่แห่งนี้ในพื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วย ต.บ้านตาล ต.หัวทะเล
และ ต.บ้านเพชร

การประชุมครั้งนั้น
ชาวบ้านหลายคนเสนอปัญหาและข้อเรียกร้องให้บริษัทแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเกลือ
ที่รั่วไหลออกมาจากเหมืองแร่ โดยเฉพาะเวลาฝนตกหนักมีน้ำพัดแรง
น้ำจืดจะพัดพาดันเอาน้ำเกลือเข้ามาในพื้นที่ไร่
นาข้าวของชาวบ้านได้รับความเสียหาย กลายเป็นทุ่งขึ้นเกลือเต็มไปหมด
ทำให้ปลูกข้าวไม่ค่อยได้ผลผลิต หลายคนไร่นากลายเป็นดินเค็มเสียหายทั้งหมด
โดยที่ไม่มีใครรับผิดชอบ

อีกเรื่องคือ การจ้างงานในท้องถิ่น
หากจะเปิดทำเหมืองแร่โปแตชอย่างจริงจัง
ประชาชนต้องการให้ลูกหลานของชาวบ้านในพื้นที่ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในบริษัท
เหมืองแร่บ้าง เพราะที่ผ่านมาเห็นรับแต่คนนอกพื้นที่
และควรแบ่งปันผลประกอบการส่วนหนึ่งเพื่อพัฒนาท้องถิ่น
ในฐานะเจ้าของทรัพยากรและผู้รับผลกระทบโดยตรงด้วย

นายสมาน กล่าวต่อว่า
ส่วนตนและครอบครัวมีที่ดินอยู่ใกล้เหมืองแร่โปแตช แห่งนี้เพียง 3-4 ไร่
ซึ่งช่วงแรกประมาณปี 2522-2523 ได้มีคนมาติดต่อขอซื้อ ไร่ละ 3,000-4,000
บาท ชาวบ้านก็พากันขาย
ต่อมาไม่นานก็มีคนจากกรมทรัพยากรธรณีมาเจาะสำรวจแร่
และเมื่อไม่นานมานี้ทราบว่ามีคนมากว้านซื้อที่ดินต่ออีกทอดหนึ่งไร่ละ
40,000-50,000 บาท แต่ตนไม่ขาย
เพราะไม่คุ้มค่าและไม่รู้ว่าจะไปหาซื้อดินที่ไหนมาทำกินเลี้ยงครอบครัวต่อไป
เนื่องจากที่ดินแถบนี้มีคนมากว้านซื้อกันไปเกือบหมดแล้วและปรับราคาขึ้น
แพงกว่าเดิม เช่น แปลงที่ดินใกล้กับที่นาของตนนี้
มีคนจากโคราชมาซื้อไว้แล้ว ซึ่งตนก็อาศัยเช่าที่ดินเขาทำนาเพิ่มด้วย

"หากบริษัท จะกลับมาฟื้นเหมืองแร่โปแตช
อยากถามว่าจะป้องกันปัญหาผลกระทบน้ำเค็มดินเค็มอย่างไรเพราะที่ผ่านมากว่า
30 ปี เห็นเจาะเอาแร่เกลือขึ้นมาแล้ว ก็ไม่เห็นนำไปผลิตปุ๋ยหรือขาย
เห็นแต่เอาไปถมทิ้งไว้ในบ่อจนกลายเป็นบ่อน้ำเกลือ 2-3 บ่อ แล้ว
ผ้ายางหรือแผ่นพลาสติกที่จะปูรองก้นบ่อก็ไม่มี
น้ำจึงซึมรั่วไหลเข้าที่ดินไร่นาชาวบ้าน ทำให้เป็นดินเค็มเต็มไปหมด
ซึ่งช่วงแรกบริษัทก็บอกว่า ไม่มีทุนทำต่อเพราะไม่มีใครมาลงทุนร่วม
จึงสงสัยว่าถ้ารัฐบาลให้เงินมาเปิดเหมืองใหม่อีก
แล้วจะหาใครที่ไหนมาร่วมลงทุน" นายสมาน กล่าว


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000079398

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น